“หลินจือ” เห็ดที่มีมูลค่าทางคุณค่า

%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b7%e0%b8%ad-2

 เห็ดหลินจือ เมื่อกล่าวถึงเห็ดชนิดนี้แล้วจัดว่าเป็นของหายากที่มีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน โดยมีการยกย่องว่าเป็นยอดเห็ด เป็นเห็ดที่ดีที่สุดในหมู่สมุนไพรจีน เพราะได้มีการบันทึกในคัมภีร์โบราณ “เสินหนงเปินเฉ่า” ตำราเก่าแก่ที่คนจีนนับถือกันมากที่สุด ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือนี้เป็นเทพเจ้าแห่งชีวิตที่มีพลังมหัศจรรย์กันเลยที่เดียว ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์พบว่าในเห็ดชนิดนี้มีสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า 250 ชนิด  เป็นยาบำรุงร่างกายและใช้เป็นยาอายุวัฒนะในการยืดอายุ และนอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง รักษาโรคต่าง ๆ ได้หลายโรค และยังปลอดภัยไม่มีสารพิษใด ๆ ต่อร่างกายอีกด้วย

%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b7%e0%b8%ad

ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเห็ดหลินจือออกมาจำหน่ายค่อนข้างมาก ทำให้ง่ายและสะดวกในการหาบริโภค หากให้เล่าถึงคุณประโยชน์ที่มีในเห็ดหลินจือนั้นมีอยู่มากมาย อาทิเช่น ช่วยทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ดีขึ้น ช่วยลดความดันโลหิตและรักษาโรคความดันโลหิตสูง ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยควบคุมอาการเบาหวาน ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสอย่างเช่น ไวรัสเอดส์ อีสุกอีใส งูสวัด ช่วยแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก เป็นต้น

รูปแบบในการรับประทานแบ่งได้หลายรูปแบบ อย่างแรกเลยครับก็คือยาต้มแบบโบราณ ด้วยการนำเห็ดหลินจือที่แห้งนำมาต้มและเคี่ยว ซึ่งจะเป็นวิธีที่ค่อนข้างยุ่งยากและไม่สะดวกสักเท่าไหร่ แบบที่สอง คือเนื้อเห็ดหลินจือบดเป็นผงบรรจุแคปซูล แต่หากไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออาจทำให้มีเชื้อราปนเปื้อนได้ โดยรูปแบบนี้จะมีความเข้มน้อยและดูดซึมได้ยากครับ แบบสุดท้ายเป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ เห็ดหลินจือสกัดหรือสารสกัดจากเห็ดหลินจือแคปซูล ซึ่งจะได้สารสกัดที่เข้มข้น มีสรรพคุณที่ดีกว่า ดูดซึมและออกฤทธิ์ได้ดีกว่า ที่สำคัญก็คือมีมาตรฐานการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย อาทิเช่น เห็ดหลินจือโครงการหลวงครับ